การคุ้มครองลิขสิทธิ์เพลงในบ้านเรา

เพลง เป็นเรื่องของความสวยงาม แต่ลิขสิทธิ์เพลงในบ้านเรากลับไม่ใช่เรื่องสวยงามเสียแล้ว เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ช่องทางหารายได้ เป็นเรื่องเงินๆทองๆที่ไร้หัวจิตหัวใจ และพลอยทำให้ทุกฝ่ายหวาดกลัวค่าลิขสิทธิ์ขึ้นสมอง อย่าว่าแต่ร้านค้า ร้านกาแฟ หรือ คาราโอเกะเลย แม้กระทั่งนักดนตรีด้วยกันก็ยังไม่วายสับสนกับเรื่องค่าลิขสิทธิ์ที่ว่านี้ จะร้องจะเล่นแต่ละครั้งก็ยังหวั่นๆ เพราะความไม่ชัดเจนในหลักการการจัดเก็บ ตลอดจนถึงบ่อยครั้งที่เป็นการเรียกเก็บอย่างไม่เป็นธรรมนั่นเอง ทำให้ระบบเก็บลิขสิทธิ์ ซึ่งโดยกลไกของมันควรมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์ หรือการใช้งานดนตรีกรรมอย่างกว้างขวาง กลับกลายมาเป็นอุปสรรคในตัวเองไปแล้ว

กฎหมายไทยระบุอายุของการคุ้มครองลิขสิทธิ์งานทั่วไปว่า งานภาพถ่าย โสตทัศนวัตถุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกสียงหรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ งานศิลปประยุกต์ ให้มีลิขสิทธิ์ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้นต่อไปอีกเป็นเวลา 50 ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์งานั้นเสียชีวิต รวมทั้งงานที่มีผู้สร้างสรรค์มากกว่า 1 ราย ให้การคุ้มครองลิขสิทธิ์ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ร่วมและคุ้มครองต่อไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายเสียขีวิต ทั้งนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ไทย แนะนำาให้เจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ให้กรมฯ ทราบเพื่อประกอบการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ และเป็นแหล่งข้อมูลสำาหรับผู้ต้องการขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ให้สามารถตรวจค้นเพื่อประโยชน์ในการติดต่อธุรกิจกับเจ้าองลิขสิทธิ์ด้วยอายุของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในประเทศในเครือข่ายสหภาพ

ตามหลักการสากลลิขสิทธิ์เพลง

การใช้เพลงเพื่อเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะ เช่น เล่นคอนเสิร์ต พึงต้องจ่ายค่า Public Performance หรือการที่สถานีวิทยุโทรทัศน์นำไปใช้ก็พึงต้องจ่ายค่า boardcasting หรือร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือร้านอะไรก็ตาม เอาเพลงไปเปิด ก็พึงต้องจ่ายทั้งนั้น แต่ปัญหาคือจะจ่ายเท่าใดจึงจะเป็นธรรม ทั้งต่อตัวเจ้าของผลงานและต่อตัวผู้ใช้งาน นั่นเป็นเรื่องที่ยังไม่มีความชัดแจ้ง หรือถึงมีความชัดแจ้งแต่ก็ยังมีความคลุมเครือไม่มีมาตรฐาน หรือมีการเลือกปฏิบัติทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของแวดวงผู้เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ เพราะเม็ดเงินยิ่งมากก็ยิ่งเป็นผลงานของผู้บริหารจัดการคนนั้นๆ

การขายผลงานเพลงทางอินเตอร์เน็ต ให้กับผู้บริโภคที่รักการดาวน์โหลด

ศิลปินนักร้องมีรายได้ส่วนมากมาจากการขายลิขสิทธิ์เพลงของพวกเขา แต่สำหรับนักดนตรีทั่วไปไม่ได้มีโอกาสโปรโมตหรือขายเพลงได้อย่างศิลปินที่เป็นที่รู้จัก จึงทำให้เกิดช่องทางเว็บไซต์ที่ช่วยให้ศิลปินอิสระสามารถทำกำไรจากผลงานของตนเองได้ นอกจากนี้ยังทำให้ผลงานเป็นที่รู้จักและเข้าถึงแฟนเพลงได้ง่าย โดยการสร้างผลงานเพลงและขายผ่านทางเว็บไซต์ ให้ผู้ที่สนใจดาวน์โหลดไปฟังได้ง่ายและรวดเร็ว

ประโยชน์ของการนำเพลงไปลงขายตามเว็บไซต์นั้นทำให้นักดนตรีมีอิสระและสร้างสรรค์ผลงานให้แพร่กระจาย ช่วยบอกเล่าเรื่องราวเพื่อสร้างยอดขายให้แก่อัลบั้ม ไม่เพียงแต่ลงขายเพลงในเว็บไซต์ได้อย่างเดียวเท่านั้น ยังมีบริการห้องแชท รายการวิทยุออนไลน์ชุมชนคนรักดนตรีที่จะช่วยสร้างชื่อเสียง โดยผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์โหลดเพลงมีความสนใจอยู่แล้วในเพลงหลายๆประเภท ดังนั้นเราจะพบเจอกับผู้บริโภคที่จับกลุ่มเพื่อชื่นชมผลงานหรือติชม และสั่งซื้อเพลง

การขายเพลงเป็นในรูปแบบของไฟล์ MP3 ช่วยทำให้ผู้ซื้อสามารถได้รับไฟล์ที่สะดวก อีกทั้งหลายๆบริษัทเพลงเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดทางออนไลน์แทนการวางจำหน่ายในรูปแบบซีดี ที่ทำยอดขายได้น้อยในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในการบรรจุ การจัดส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการผลิตแผ่นซีดี เพราะฉะนั้นการขายเพลงในรูปแบบ MP3 จึงช่วยให้บริษัทเพลงต่างๆประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ทำให้มีกำไรเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ที่ขายเพลงในเว็บไซต์อาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แต่หากไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมให้กับเว็บไซต์ต่างๆ ยังสามารถทำเว็บไซต์หรือบล็อกขึ้นมาเอง เพื่อโฆษณาเพลงหรือขายเพลงให้กับผู้อื่น มีฐานแฟนเพลงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำในการเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จแก่นักดนตรีรายใหม่ๆ ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานและขายผลงานของตนในเว็บไซต์ออนไลน์

การขายเพลงในเว็บไซต์มีคู่แข่งค่อนข้างเยอะพอสมควร มีตั้งแต่นักดนตรีสมัครเล่นไปจนถึงศิลปินแนวหน้า หากจะหากินทางด้านนี้ต้องคำนึงถึงการแข่งขันที่สูงด้วย ในขณะเดียวกันต้องแข่งกับผู้บริโภคที่ละเมิดลิขสิทธิ์นำเพลงไปเผยแพร่ และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้จะมีการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์มากขึ้นแต่ก็ยังคงไม่ทั่วถึงอยู่ดี

เทคโนโลยีที่ช่วยให้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นจากการดาวน์โหลดเพลง

55

โดยส่วนตัวมองว่าในปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาสนใจการดาวน์โหลดเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตบนเว็บไซต์เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและสะดวก อีกทั้งยังเป็นการดาวน์โหลดเพลงที่ถูกกฎหมาย สามารถนำไปฟังได้ฟรี คงต้องแยกพิจารณาระหว่าง ‘ตลาด’ กับ ‘เทคโนโลยี’ คือในแง่ของเทคโนโลยีนั้น ตอบได้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะมาทดแทน physical product สำหรับคนทั่วๆ ไป เพราะจากพฤติกรรมของคนฟังเพลงทั่วๆ ไป ให้ความนิยมชมชอบกับ MP3 ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจแสดงว่า ระดับความละเอียดของเพลงแค่ MP3 ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการดาวน์โหลดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแบนด์วิธ (ความเร็วในการโหลด) หรือค่าใช้จ่ายในการโหลดเพลง MP3 นั้น ได้เดินทางมาถึงจุดที่มีต้นทุนต่ำมากๆ แล้ว เมื่อใดก็ตามที่ผู้จำหน่ายเพลงจัดให้มีความสะดวกในการโหลดเพลงมากขึ้น ก็จะทำให้คนฟังเพลงทั่วไปหันมาใช้วิธีดาวน์โหลดเพลง MP3 แทนที่การซื้อแผ่นซีดีมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

หากเป็นเช่นนั้น เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของการซื้อ-ขายเพลงจะไปตกอยู่กับการดาวน์โหลด ‘มากกว่าครึ่ง’ ของรายได้ในการขายเพลงทั้งหมด ส่วนการขายเพลงผ่านสื่อกลางประเภทที่จับต้องได้อย่างพวกซีดีและแผ่นเสียงนั้น จะยังคงมีอยู่ แต่ด้วยปริมาณที่ไม่มากนัก และจะเจาะเฉพาะกลุ่มนักฟังเพลงที่เน้นคุณภาพและต้องการ ‘เข้าถึง’ อรรถรสของเพลงจริงๆ เท่านั้น

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี คุณภาพเสียง ตอนนี้อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจหรือไม่
ตอนที่แผ่นซีดีออกมาใหม่ๆ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ช่วง 3-4 ปีแรกนั้น ฟอร์แม็ตซีดี เป็นดิจิตัล ออดิโอ ฟอร์แม็ตแรกถูกโจมตีจากกลุ่ม ‘นักฟังเพลง’ ที่มีความพิถีพิถันอย่างมาก ในแง่ของคุณภาพเสียง ว่าไปแล้ว คุณภาพในการถ่ายทอด ‘ความเป็นดนตรี’ สู้แผ่นเสียง ซึ่งเป็นอะนาลอก ออดิโอ ฟอร์แม็ตไม่ได้ แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา วิศวกรที่พัฒนาซีดีก็ได้ค้นพบปัญหาของเทคโนโลยีดิจิตัล และได้หาวิธีการจัดการกับมันจนผ่านพ้นมาได้ จนถึงขณะนี้ แม้กระทั่งนักฟังเพลงระดับไฮเอ็นด์ฯ ที่มุ่งเน้นคุณภาพเสียงที่สะท้อนอรรถรสของดนตรีอย่างถึงที่สุด ก็ยังยอมรับคุณภาพเสียงของซีดี โดยเฉพาะสังกัดผู้ผลิตแผ่นที่เน้นคุณภาพมากๆ ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่า สเปคฯ ของซีดีที่ 16bit/44.1kHz เพียงแต่ว่าผู้ผลิตแผ่นซีดี “จะต้อง” ใช้ความพิถีพิถันในการผลิตให้มากที่สุด

รูปแบบของการจำหน่ายเพลงดิจิตอลในยุคปัจจุบัน

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นทุกวัน

คนทำเพลงและคนขายเพลงจึงต้องพร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์นี้เพื่อรองรับเม็ดเงินที่จะได้จากการขายเพลงในยุคดิจิตอลเฟื่องฟู ซึ่งข้อดีที่เห็นได้ชัดของเทคโนโลยีใหม่ๆก็คือศิลปินสามารถใช้ช่องทางของโซเชียลเน็ตเวิร์คสร้างฐานแฟนเพลงได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ / อินสตาแกรม / หรือเฟซบุ๊ค เพื่อให้แฟนเพลงรู้สึกใกล้ชิด และมีความรู้สึกเหมือนเครือญาติ เกิดความศรัทธาอยากสนับสนุนผลงานของศิลปินนั้นๆ    แต่ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายนี้ก็ส่งผลให้ความตั้งใจในการฟังเพลงของผู้ฟังลดน้อยลง ส่งผลให้คนทำเพลงต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็นเท่าตัว และเพราะลดความเสี่ยงจากการทำเพลง ค่ายต่างๆจึงต้องหาทางออกด้วยวิธีการที่หลากหลาย อาทิ ขายเพลงโดยผูกติดกับละคร // ภาพยนตร์ หรือโฆษณาต่างๆ ซึ่งสามารถสร้างรายได้มากพอที่จะเป็นกำไรให้ธุรกิจเพลงดำเนินต่อไปได้

การแข่งขันระหว่างค่ายเพลงอาจลดลงและจะได้เห็นความร่วมมือกันมากขึ้น

เนื่องจากอุปสรรคทั้งในเรื่องของเทปผีซีดีเถื่อนไม่อาจลบล้างให้หมดไป รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆที่ก้าวไกลจนทำให้การดาวน์โหลดเพลงแบบผิดกฎหมายทำได้ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ทุกค่ายเพลงจึงต้องหันมาร่วมมือกันเพื่อข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆไปให้ได้ ผู้บริโภคทั่วโลกกำลังเข้าเชื่อมต่อกับสื่อดิจิตอล โดยการรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคเพลงดิจิตอลกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่ายเพลงต้องคิดทบทวนกลยุทธ์ของตนใหม่ให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยี, อุตสาหกรรมเพลงได้สร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆขึ้นมามากมายเพื่อนำส่งสินค้าเพลงให้กับผู้บริโภคที่หลากหลายในรูปแบบต่างๆที่แตกต่างกัน ค่ายเพลงได้เฟ้นหาพันธมิตรที่จะสร้างสรรค์งานไปด้วยกัน นำเสนอรูปแบบการให้บริการใหม่ๆ และพัฒนาสินค้าที่มีนวัตกรรมเฉพาะมากขึ้น

รูปแบบของการจำหน่ายเพลงดิจิตอล

1.ร้านดาว์นโหลดเพลงถูกกฎหมายทั่วโลกมีอยู่มากกว่า 500 แห่ง โดยมีเพลงอยู่ในคลังเพลงรวมกันมากกว่า 20 ล้านเพลง และสร้างรายได้จากการจำหน่ายเพลงแบบดิจิตอลเป็นรายเพลง
2.การขายอัลบั้มเพลงดิจิตอล ยอดขายเพลงทั้งอัลบั้มแบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ
3.การบอกรับเป็นสมาชิก เป็นรูปแบบการขายเพลงดิจิตอลที่เติบโตเร็วมาก โดยผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเป็นรายเดือนหรือรายสัปดาห์เพื่อฟังเพลงที่ตรงตามรสนิยมของตน
4.การพ่วงขายเพลง เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการนำเสนอเพลงเข้าสู่กลุ่มผู้ฟังคราวละมากๆ โดยการขายเพลงพ่วงเข้ากับการให้บริการทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือ
5.การฟังเพลงผ่านวิทยุอินเทอร์เน็ต เป็นรูปแบบในการฟังเพลงผ่านวิทยุดิจิตอลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยการเชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือจากโทรศัพท์มือถือ
6.มิวสิควีดีโอ เป็นรูปแบบหนึ่งในการรับชมภาพและรับฟังเสียงการแสดงของศิลปินไปพร้อมๆกัน

บริการดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ในลักษณะเหมาจ่ายรายเดือน

การขยายตัวของธุรกิจเพลงเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูง

และยิ่งเป็นธุรกิจเพลงออนไลน์แล้ว ความผันผวนนั้นจะเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียว ด้วยจำนวนสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้นโดยคาดว่ามีผู้ใช้ไอโฟนและไอพอดทัชประมาณ 2-3 ล้านเครื่อง แอนดรอยด์อีก 6 ล้านเครื่อง ทำให้สามารถฟังเพลงผ่านเว็บไซต์ยูทูบได้ตลอดเวลา ทุกสถานที่ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้จากการดาวน์โหลดลดลง ซึ่งหนึ่งในปัญหาการดาวน์โหลดเพลงที่ผิดกฎหมายเกิดจากเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้นอย่างกูเกิลและระบบค้นหาข้อมูล มักแสดงผลการค้นหาจากเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส่งผลให้เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมแต่ผิดกฎหมายอย่าง BitTorrent แสดงผลเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางในการอำนวยความสะดวกจากการละเมิดลิขสิทธิ์

การดาวน์โหลดเต็มเพลงหรือ Full Song Download

คือการใช้โทรศัพท์มือถือซื้อเพลงได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต แต่ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีโปรแกรมเล่น MP3 อยู่ โทรผ่านทางระบบ IVR โดยกด * ตามด้วยหมายเลข 4 หลักหรือ 5 หลักตามแต่ผู้ให้บริการกำหนด ตามด้วยรหัสเพลง แล้วโทรออก จากนั้นระบบจะส่ง URL Bookmark กลับมาเพื่อให้เชื่อมต่อ GPRS เข้าไปดาวน์โหลดเพลงแล้วค่าใช้จ่ายก็จะปรากฏในบิลหรือหักจากบัตรเติมเงินผู้ใช้แล้วนำไปแบ่งกันระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย/ระบบ และค่ายเพลง โดยไฟล์เพลงเหล่านี้มีระบบ DRM คอยป้องกันการก๊อบปี้ซ้ำไปแจกจ่ายให้คนอื่น

การดาวน์โหลดเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ในไทยทุกวันนี้ยังฮิตกันตามเว็บเท่านั้น

ให้ฟังฟรีแต่โหลดไปเก็บในเครื่องไม่ได้ ความยุ่งยากในการเก็บเงินเป็นอุปสรรคกับอีคอมเมิร์ซไทยเสมอมา ดังนั้นจึงมีการพยายามใช้ช่องทางใหม่ที่เก็บเงินได้ง่ายกว่ามากคือผ่านโทรศัพท์มือถือ การเก็บเงินค่าใช้บริการเสริมรูปแบบต่างๆบนมือถือเป็นไปอย่างสะดวกและผู้ใช้ตัดสินใจจ่ายได้ง่ายกว่า ค่าดาวน์โหลดก็จะถูกรวมเข้าไว้กับบิลค่าโทรศัพท์ปลายเดือนหรือหักยอดออกจากบัตรเติมเงินเช่นเดียวกับ Ringtone, Caller Ring และหน้าโฆษณาดาวน์โหลดเพลงสำหรับมือถือ มีช่อง Full Song เพิ่มจากเดิมที่มีแค่ท่อนเด่นๆ ในเพลงไว้เป็นเสียงเรียกเข้าหรือเสียงรอสาย

บริการเพลงออนไลน์ในลักษณะเหมาจ่ายรายเดือนเป็นเรื่องที่ดีและสามารถชดเชยตัวเลขการหดตัวของยอดขายเทป ซีดี และบริการดาวน์โหลดเพลงในปัจจุบันได้ แต่ในทางปฏิบัติกลับเจอปัญหาหลักคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชื่นชอบของฟรีโดยเฉพาะเพลงฟรีแบบละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งไทยและต่างประเทศจากแหล่งดาวน์โหลดต่างๆที่หาได้ง่าย หรือแม้แต่การรับฟังเพลงผ่านบริการยูทิวบ์ที่คนไทยส่วนใหญ่สามารถหาโปรแกรมดาวน์โหลดคลิปวิดีโอและเสียงจากยูทิวบ์พร้อมแปลงเป็นไฟล์ MP3 เก็บไว้ฟังโดยไม่ต้องเสียเงินได้

ธุรกิจแนวหน้าของประเทศบนโลกออนไลน์